วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2559

โรคใหม่แห่งยุคสังคมก้มหน้า





ที่มา : http://infographic.in.th/wp-content/uploads/2014/12/text-neck-small.gif

วันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ขอประชาสัมพันธ์การสมัครเรียนคอมพิวเตอร์สำหรับคนพิการ

               ด้วยมูลนิธิส่งเสริมและพัฒนาคนพิการ ขอความอนุเคราะห์ประชาสัมพันธ์การสมัครเรียนคอมพิวเตอร์สำหรับคนพิการ จำนวน 2 หลักสูตร โดยผู้พิการไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น หมดเขตรับสมัคร ในวันที่ 30 กันยายน 2559 รายละเอียดดังนี้

วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ประชาสัมพันธ์บริจาคโลหิต

                ด้วย กาชาดจังหวัดอุดรธานี มีกำหนดการรับบริจาคโลหิต อำเภอเพ็ญ ในวันอังคาร ที่ 9 สิงหาคม 2559 เวลา 08.00 น - 12.00 น. ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอเพ็ญ จึงขอประชาสัมพันธ์ ประชาชนผู้สนใจร่วมบริจาคในครั้งนี้

คำขวัญวันแม่ 2559

วันแม่แห่งชาติ 2559

              วันแม่แห่งชาติปี 2559 นี้ตรงกับวันศุกร์ 12 สิงหาคม 2559 และเป็นปีมหามงคลยิ่ง   เนื่องจากสมเด็จพระบรมราชินีนารถ ทรงมีพระชนมายุครบ 83 พรรษา




               วันแม่แห่งชาติ เป็นวันที่ทางราชการกำหนดในวันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี และถือว่าเป็นวันสำคัญยิ่งของปวงชนชาวไทย โดยกำหนดให้ถือว่า “ดอกมะลิ” สีขาวบริสุทธิ์เป็นสัญลักษณ์ของความดีงามของแม่ผู้ให้กำเนิดแก่เรา

สัญลักษณ์ประจำวันแม่

ดอกมะลิ ดอกไม้สัญลักษณ์ประจำวันแม่
ดอกไม้วันแม่

ที่มา : 1. http://www.tlcthai.com/education/history-of-thailand/4499.html
         2. http://scoop.mthai.com/motherday


วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

การลวกผักให้ได้คุณค่าสารอาหาร

          เมื่อล้างผักให้สะอาดแล้ว หากต้องการลวกผักเพื่อกินกับน้ำพริกเพื่อไม่ให้ผักเสียคุณค่าทางอาหารมีส่วนสำคัญ เคล็ดลับติดตัวง่ายๆ คือ น้ำน้อย ไฟแรง

ขั้นตอนแรก
         ล้างผักให้สะอาด แยกผักออกเป็นส่วนที่สุกยากเช่น ต้น ก้าน และส่วนที่สุกง่ายเช่น ใบ ยอด ดอก
ขั้นตอนต่อไป
         ตั้งน้ำให้เดือด พยายามใส่น้ำให้น้อยที่สุด หรือพอให้ท่วมผักเมื่อใส่ลงไปในหม้อแล้ว (เพื่อถนอมคุณค่าทางอาหารของใบเขียว) ต้มน้ำให้เดือด ใส่เกลือ และน้ำมันอย่างละประมาณ 1 ช้อนชา (เกลือทำให้ผักมีรสชาติ น้ำมันทำให้ผักมีสีเขียว)
ขั้นที่สาม
         เร่งไฟแรง ใส่ผักลงไปต้ม โดยใส่ส่วนที่สุกยากก่อน สักพักแล้วค่อยตามด้วยส่วนที่สุกง่าย
ขั้นสุดท้าย
         เมื่อผักสุกใบเปลี่ยนเป็นสีเขียวสม่ำเสมอ ให้ตักผักขึ้นแช่ในน้ำแข็งทันที คลุกเคล้าผักกับน้ำแข็งเบาๆเพื่อให้ผักคายความร้อน ไม่สุกต่อ ถ้าไม่แช่น้ำแข็งจะทำให้ผักนิ่ม ไม่กรุบกรอบ และจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล หรือเขียวคล้ำไม่น่ากิน
"เพียงเท่านี้ผักลวกของคุณก็จะเขียว กรอบ น่ารับประทานแล้วคะ"

ขอบคุณข้อมูลจาก Secret Magazine (Thailand) , http://share.psu.ac.th/blog/soda51/38083

วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2559

กินผักให้ปลอดภัยและได้คุณค่าสารอาหาร

เป็นที่ทราบแล้วว่าผักอุดมไปด้วยแคลเซี่ยม วิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร ที่สำคัญต่อร่างกาย แล้วแต่ว่าผักแต่ละชนิดจะให้คุณประโยชน์อย่างไร   ผักแต่ละสีให้คุณค่าสารอาหารที่แตกต่างกัน ดังนี้




ขอบคุณข้อมูลจาก Secret Magazine (Thailand) , http://share.psu.ac.th/blog/soda51/38083

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

5 วิธีล้างผัก ลดสารพิษตกค้าง

               การล้างผักที่ดีจะช่วยให้เราปลอดภัยจากสารเคมีที่ปนเปื้อนหรือตกค้างในผัก ทำให้เรากินผักได้อย่างปลอดภัย  "ควรล้างผักผ่านน้ำไหล และแช่ผักทิ้งไว้ซักครู่ จะใช้วิธีไหนเลือกตามภาพค่ะ"


ขอบคุณข้อมูลจาก 1. Secret Magazine (Thailand)
                       2. http://share.psu.ac.th/blog/soda51/38083

วันจันทร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2559

การล้างกระติกน้ำร้อน

ล้างกระติกน้ำร้อนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่... 
             เชื่อว่าหลายท่านอาจมองข้ามสิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้ไป เมื่อเวลาผ่านไปนานหลายปีไม่เคยคิดที่จะเปิดดูเลยว่าด้านในนั้นมีสภาพเป็นอย่างไร เนื่องจากมีความเชื่อว่าน้ำที่ถูกต้มอยู่ทุกวันนั้นผ่านความร้อนมาแล้ว ทำให้น้ำสะอาดปราศจากเชื้อโรค แต่สิ่งที่สะสมหมักหมมมานานหลายปีจนเกิดเป็นคราบสามารถทำให้ชีวิตคุณเปลี่ยนได้เช่นกัน คราบนั้นมีชื่อว่า“ตะกรัน” ตะกรันเกิดจากการรวมตัวของแคลเซียมในน้ำจนเกิดเป็นฝ้าสีขาวที่มีน้ำหนักมากกว่าน้ำ ฝ้าเหล่านี้เมื่อผ่านความร้อนอย่างต่อเนื่องจะเกิดการสะสมจนจับตัวกันแน่น และกลายเป็นผลึกปูนหรือคราบหินปูนในที่สุด และเมื่อเราดื่มน้ำที่ผ่านตะกรันเป็นเวลาต่อเนื่องกัน อาจก่อให้เกิดปัญหาเรื่องโรคนิ่วในไตได้

         ดังนั้นก่อนดื่มน้ำ (ทุกชนิด) ต้องตรวจดูภาชนะให้ดีเสียก่อนว่ามีสิ่งสกปรกปนเปื้อนอยู่หรือไม่ สำหรับวิธีกำจัดคราบตะกรันในกระติกน้ำร้อนนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่เติมน้ำไปจนถึงขีดบนสุดของกระติก แล้วใส่น้ำส้มสายชูลงไป 4-6 ช้อนโต๊ะ เสียบปลั๊กไปรอจนเดือดจึงค่อยดึงปลั๊กออก ทิ้งน้ำร้อนไว้ประมาณ 4-5 ชั่วโมง จึงเทน้ำทิ้ง ล้างให้สะอาดอีกรอบแล้วใช้งานตามปกติ ระยะเวลาในการล้างกระติกน้ำร้อนแนะนำว่าประมาณ 6 เดือนต่อครั้ง

คราวนี้คุณก็จะได้ดื่มชา กาแฟ รวมไปถึงเครื่องดื่มร้อนอื่น ๆ ได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล...


ขอขอบคุณข้อมูลจาก  http://share.psu.ac.th/blog/soda51/42112 และรูปภาพจาก enternet

วันอังคารที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2559

การใช้กระติกน้ำร้อน

+  ใส่น้ำให้พอเหมาะกับปริมาณที่ต้องการใช้ และถ้าจำเป็นต้องต้มน้ำต่อเนื่องระวังอย่าให้นำแห้ง
+  เมื่อเลิกใช้ควรถอดปลั๊กทันที
+  ไม่ต้มน้ำในห้องที่มีการปรับอากาศ เพราะไปเพิ่มความชื้นและความร้อนในห้อง ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนัก สิ้นเปลืองไฟ
+  ไม่ควรนำน้ำที่มีความเย็นมากๆไปต้มทันทีจะสิ้นเปลืองไฟ
+  ระวังอย่าให้มีตะกรันเกาะด้านในตัวกระติก จะทำให้สิ้นเปลืองไฟในการต้มน้ำมากกว่าเดิม
+  ไม่นำสิ่งใดๆปิดช่องไอน้ำออก


ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.geocities.ws/justsaveourworld/howto/howto_7flask.htm และขอบคุณรูปภาพจาก enternet

วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ดูแลตัวเองตามหลัก 3อ. 2ส. ลดพุง สุขภาพดี



ขอบคุณข้อมูลจาก  http://www.cbo.moph.go.th/information/WEBLIST.ASP