ตำบลสุมเส้า อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี E-mail = phen213@hotmail.com Tel. 042-219355 Facebook = โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองแสนตอ
วันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
นัดตรวจน้ำตาล จ่ายยาผู้ป่วยเบาหวาน ความดัน ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2556
เนื่องด้วยวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2556 คุณหมอทางโรงพยาบาลเพ็ญ ออกมาให้บริการตรวจรักษาผู้ป่วยเบาหวาน ความดัน ประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2556 ในเขตรับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หนองแสนตอ เฉพาะผู้ป่วยที่รับยาที่ รพ.สต.หนองแสนตอ เท่านั้น
ขอให้ผู้ป่วยเบาหวาน งดน้ำ งดอาหาร หลัง 2 ทุ่ม ก่อนวันที่จะมาตรวจน้ำตาล
หากดื่มน้ำ รับประทานอาหาร ดื่มกาแฟ นม อื่น โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ ก่อนตรวจน้ำตาลที่ปลายนิ้ว
ตารางแสดงค่าระดับน้ำตาลในเลือด
วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2556
ปัญหาสิว กับ วัยรุ่น
การเกิดสิว
สิวนับว่าเป็นปัญหาที่สำคัญของวัยรุ่นทั้งชายและหญิง เพราะวัยรุ่นเป็นที่จับใจของเพศตรงข้ามและแม้แต่เพื่อนเพศเดียวกัน สิวเป็น
เรื่องธรรมชาติของวัยรุ่น ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน หรือการใช้เครื่องสำอางที่ไม่เหมาะสม หรือเกิดจากความสกปรก
ของผิวหนังบริเวณใบหน้า หรือเกิดจากความเครียด และการมีประจำเดือนมีสิวเกิดขึ้นมากกว่าปกติ ทั้งนี้เนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลง
ทางฮอร์โมน และอาจมีความเครียดและความวิตกกังวลร่วมด้วย
การปฏิบัติตนในการป้องกันและรักษาสิว
การรักษาความสะอาดของใบหน้าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยอาศัยหลักง่ายๆ คือ การรักษาสภาพผิวหน้า ให้เป็นธรรมชาติที่สุด โดยการล้างด้วยน้ำสะอาดแล้วใช้ผ้านุ่มๆ ซับให้แห้งก็เพียงพอแล้ว ถ้าจะใช้สบู่ ควรใช้สบู่อ่อนๆ ถูเบาๆ แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด ไม่ควรใช้ครีม หรือสารเคมีล้างหน้า เพราะสิ่งเหล่านี้ อาจทำลายกลไกการป้องกันตนเองตามธรรมชาติของผิวหนังให้หมดไปได้ อาจจะทำผิวหน้าแห้ง และกร้านได้ง่าย วิธีล้างหน้า ควรล้างมือให้สะอาดก่อน แล้วใช้มือลูบหน้าเบาๆ อย่าถูใบหน้าแรงๆ และไม่ควรเอาหน้าไปรองรับน้ำที่ไหลแรงมากๆ เพราะจะทำเซลล์ของผิวหน้าถูกทำลายได้ง่าย
อย่าแกะสิว เพราะการแกะสิวจะเป็นการให้รอยเปิดของผิวหน้ากว้างขึ้น เชื้อโรคจากภาย นอกจะเข้าไปทำให้เกิดการอักเสบ และสิวลุกลามมากขึ้นด้วย ในรายที่รุนแรงอาจกลาย เป็นสิวหัวช้างหรือฝีได้ เมื่อรักษาหายแล้วก็อาจเกิดรอยแผลเป็นบนใบหน้าได้ โดยปกติ สิ่งที่เกิดตามจากธรรมชาติิ จะไม่ ก่อให้เกิดรอยแผลเป็นแต่อย่างใด
อย่าใช้เครื่องสำอางอย่างไม่เหมาะสม และเกินความจำเป็น วัยรุ่นเป็นวัย ที่มีความงาม ตามธรรมชาติ อยู่แล้ว การใช้เครื่องสำอางจึงไม่จำเป็น หากจำเป็นต้องใช้เครื่องสำอาง ควรทดลองก่อนว่าไม่แพ้ เครื่องสำอาง ชนิดนั้นๆ และควรใช้น้อยที่สุด
การรักษาความสะอาดของร่างกายและการแต่งกาย
วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2556
ใส่ใจวัยใส
| ใส่ใจวัยใส | |
| | |
| | |
| | |
| 1. | รับฟังความคิดเห็น เหตุผล ให้มองโลกในแง่ดี และหาข้อดีในความคิดและเหตุผลของวัยรุ่นทั้งๆ ที่อาจไม่ตรงกับความคิดเห็นและเหตุผลพ่อแม่ก็ตาม |
| 2. | ส่งเสริมความคิด การตัดสินใจ และพฤติกรรมที่ดีของเขาให้ชัดเจน เด่นชัด |
| 3. | หลีกเลี่ยงการบังคับตรงๆ โดยเสนอแนะทางออกแบประนีประนอม โดยที่วัยรุ่นมีส่วนร่วม |
| 4. | เปิดโอกาสให้ทดลอง หัดทำ ฝึกฝนจนเกิดทักษะภายใต้ขอบเขตที่เหมาะสมของการกระทำของเขา |
| 5. | ยอมรับในข้อบกพร่องและความผิดพลาด ให้โอกาสแก้ตัวใหม่ภายใต้ขอบเขตที่เหมาะสม |
| 6. | เพิ่มคุณภาพการสื่อสาร 2 ทางในครอบครัว และเรียนรู้ที่จะแสดงความเข้าใจในความคิด ค่านิยม ความชอบและอิทธิพลของกระแสวันรุ่น เพื่อจะส่งเสริมทำให้สื่อสารกับวัยรุ่นมากขึ้น |
| 1. | จู้จี้ขี้บ่น จุกจิก จ้องจับผิด |
| 2. | ไม่รับฟังเหตุผล หรือความทำท่าฟังแต่ไม่ใส่ใจ ยึดความคิดเห็นของผู้ใหญ่เพราะเห็นว่าตัวเองสำคัญกว่า มาประสบการณ์มากกว่า |
| 3. | ใช้อำนาจ บังคับตรงๆ |
| 4. | ลงโทษรุนแรง หรือทำให้อับอาย เสียหน้า หรือประจานความผิด หรือความคิดเห็นอาจไม่ดีเท่าไรต่อหน้าคนอื่น ทำให้เกิดความรู้สึกอับอาย |
| 5. | ลงโทษไม่รู้จักจบ ยังพูดถึงความผิดเดิมๆ ซ้ำซากหรือฝังใจในความผิดพลาดว่าทำผิดซ้ำอีก |
| พันธ์ทิพย์ โกศัลวัฒน์ | |
| พยาบาลวิชาชีพ | |
| แหล่งที่มา : บทความสุขภาพจิต โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ | |
วันเสาร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2556
ลักษณะปกติของประจำเดือน
จากวงรอบของการมีประจำเดือน และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในดัง กล่าวโดยสรุปได้ว่าประจำเดือน ปกติมีลักษณะดังต่อไปนี้
- วงรอบของการมีประจำเดือนโดยเฉลี่ยประมาณ 28 วัน แต่ระยะไม่น้อย หรือมากกว่า 7 วันก็จัดว่าปกติ
- ระยะเวลาของการมีประจำเดือนประมาณ 3-5 วัน ไม่ควรน้อยหรือมาก กว่า 3 วัน และไม่ควรเกิน 7 วัน
- ปริมาณของเลือดประจำเดือน ประมาณวันละ 100-150 ลูกบาศก์เซนติ เมตร จะมีประจำเดือนออก มากในวันที่ 1-2 และค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ จนหมด
- ลักษณะของเลือดประจำเดือน จะมีลักษณะเฉพาะแตกต่างจากเลือดธรรมดา เลือดที่เป็นของเหลวไม่ จับตัว กันเป็นก้อน วันแรกจะเป็นสีแดงค่อนข้างสด วันต่อๆไปจะมีสีคล้ำเปลี่ยนเป็นน้ำตาลแล้วจาง ไปเรื่อยๆ จน หมด
- อาการที่เกิดร่วมกับการมีประจำเดือน ได้แก่ อาการปวดท้องบริเวณท้องน้อย เราควรรับประทาน ยาแก้ ปวดก็หาย ใน 1-2 วัน ก่อนมีประจำเดือนอาจมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดหลัง คัดหน้าอกปัสสาวะ บ่อย เพลีย หงุดหงิด หรืออาจมีช้ำเลือดฝอยอาการเหล่านี้มักไม่รุนแรงและหายไปได้เอง
ลักษณะและอาการอื่นๆ ที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้ว จัดว่าเป็นอาการผิดปกติทั้งสิ้น การแก้ไขอาการ ผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น ควรไปปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการตรวจวิจัยฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง
ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการมีประจำเดือน
แม้ว่าในขณะนี้เรากำลังอยู่ในโลกที่มีความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาสตร์และเทคโนโลยีสูงมาก แต่ก็ยังมีคนอีก เป็นจำนวนมากที่ยังมีความเชื่อผิดๆ หรือความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการมีประจำเดือน ความเชื่อผิดๆ เหล่านั้น ได้แก่
การออกกำลังกายทุกอย่างในระหว่างการมีประจำเดือนเป็นสิ่งที่อันตราย ดังนั้น สิ่งที่ดีที่สุด คือ การนอนพักมากๆ ห้ามตกแต่งทรงผมในระหว่างการมีประจำเดือน หรือถ้ามีอาการปวดฟันในระหว่างการมีประจำเดือน อาการปวดฟันนั้นจะรุนแรงขึ้น เป็นต้น ความเชื่อหรือความเข้าใจเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และเป็นเรื่องเหลว ไหลทั้งสิ้น
วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2556
สูตรลดความอ้วนพระราชทาน ของสมเด็จพระเทพฯ สูตร 13 วัน
สูตรลดความอ้วนพระราชทาน ของสมเด็จพระเทพฯ สูตรที่ 2
แล้วก็อีกสูตรคะ สำหรับคนที่อยากรีเซ็ตร่างกายและน้ำหนักให้คงที่และไม่กลับมาอ้วนคะ
โครงการควบคุมอาหาร 13 วัน
จุดประสงค์โครงการนี้ เพื่อปรับปรุงการเผาผลาญอาหารของร่างกายหลังจากครบ 13 วันแลัวจะรับประทานอาหารได้ตามปกติ น้ำหนักจะไม่ขึ้นเป็นเวลา 2 ปี
ข้อสำคัญ
หากทำตามตารางนี้อย่างเคร่งครัดจะลดน้ำหนักได้ประมาณ 7-20 กิโลกรัม ปริมาณอาหารในช่วงควบคุมจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย แต่ท่านไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้เสียสุขภาพเพราะส่วนที่ขาดภายในร่างกายจะทำ ปฏิกิริยาการเผาผลาญไขมันที่สะสมไว้ตามร่างกายมาใช้เป็นพลังงานทดแทน
ระยะเวลา 13 วันนี้ ห้ามดื่มเบียร์ ไวน์ สุรา ขนมหวาน หมากฝรั่ง ลูกอม หรืออาหารอื่นๆ แม้เพียงเล็กน้อย การควบคุมอาหารครั้งนี้จะไม่บังเกิดผลใดๆ เลย และถ้าจะเริ่มต้นใหม่ต้องทำการทำหลังจาก 3 เดือนไปแล้ว
ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่สามารถควบคุมได้ครบ 13 วัน ท่านจะเป็นผู้ที่มีรูปร่างสมส่วนตามที่ต้องการ และถ้าต้องการควบคุมอีกต้องหลังจาก 1 ปี ไปแล้ว แต่ถ้าเลย 2 ปี ไปแล้วจะดีที่สุด
ข้อแนะนำ
หากคุณรู้สึกหิวนอกเหนือจากเวลาที่กำหนดให้ดื่มน้ำมาก ๆ ห้ามดื่มหรือทานอาหารอย่างอื่นแทน
หมายเหตุ
- ผักต้มถ้าใช้ผักขมไทยได้จะดี (ใช้ผักกาดขาวหรือกวางตุ้งแทนได้)
- มะเขือเทศผลใหญ่ 1 ผล ถ้าผลเล็กใช้ 3 ผล
- เนื้อไก่อบ ใช้เนื้อสันหรือเนื้อหน้าอกไม่ติดหนัง 2 ขีด
- ผักสลัดใช้ผักกาดหอม 1 ต้นเล็ก หอมใหญ่ 1 หัว แตงกวา 2 ลูกหั่นรวมได้ผัก 1 จาน
- น้ำสลัดใส ใช้ 1 ถ้วย ( 3-4 ช้อนโต๊ะ หรือใช้น้ำสลัดน้ำข้นแทนก็ได้)
- น้ำมะนาวใช้มะนาวสด 1-2 ผล ชงน้ำร้อนใส่เกลือ ใส่น้ำแข็งดื่มได้
- โยเกิร์ตถ้ามีรสจืดจะดีมาก ถ้าหาไม่ได้เลือกตามรสที่ชอบ
- ผลไม้สด 1 ผล เช่น แอปเปิ้ล ชมพู่ มะม่วง ส้มเขียวหวาน กล้วย
- ใช้ปลาช่อนแทนปลากระพงก็ได้
- น้ำเปล่าดื่มได้ทั้งวัน วันละ 2 - 3 ลิตร
นอกเหนือจากรายการอาหารนี้ถ้าหิวให้ดื่มน้ำเปล่าแทนได้อย่างเดียว
สูตรลดน้ำหนัก ภายใน 13 วัน ลดน้ำหนัก 13 กิโลกรัม
วันที่ 1
อาหารเช้า - กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1 ก้อน)
อาหารเที่ยง - ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง ผักกาดต้ม 3 ขีด มะเขือเทศ 1 ผล
อาหารเย็น - เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว
วันที่ 2
อาหารเช้า - กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1 ก้อน)
อาหารเที่ยง - เนื้อหมูอบ 2.5 ขีด โยโกิร์ต 1 ถ้วย
อาหารเย็น - เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว ผลไม้สด 1 ผล
วันที่ 3
อาหารเช้า - กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1ก้อน) ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
อาหารเที่ยง - ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง เนื้อหมูอบ 1 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว
อาหารเย็น - คื่นไช่ต้มสุก 3 ขีด มะเขือเทศ 1 ผล ผลไม้สด 1 ผล
วันที่ 4
อาหารเช้า - กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1ก้อน) ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
อาหารเที่ยง - น้ำส้มคั้น 1 แก้ว โยโกิร์ต 1 ถ้วย
อาหารเย็น - ไข่ต้มแข็ง 1 ฟอง แครอทสด 1 หัว นมรสจืด 1 กล่อง
วันที่ 5
อาหารเช้า - แครอทสด 1 หัว ราดด้วยน้ำมะนาว (ส้มตำ)
อาหารเที่ยง - เนื้อปลากะพงนึ่ง 2 ขีด
อาหารเย็น - เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส
วันที่ 6
อาหารเช้า - กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1ก้อน) ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
อาหารเที่ยง - ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง แครอทสด 1 หัว
อาหารเย็น - เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว
วันที่ 7
อาหารเช้า - ชา 1 ถ้วย ไม่ใส่น้ำตาล ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
อาหารเที่ยง - น้ำเปล่าอย่างเดียว
อาหารเย็น - เนื้อหมูอบ 2 ขีด ผลไม้สด 1 ผล
วันที่ 8
อาหารเช้า - กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1ก้อน)
อาหารเที่ยง - ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง ผักกาดต้ม 3 ขีด มะเขือเทศ 1 ผล
อาหารเย็น - เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว
วันที่ 9
อาหารเช้า - กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1 ก้อน)
อาหารเที่ยง - เนื้อหมูอบ 2 ขีด โยโกิร์ต 1 ถ้วย
อาหารเย็น - เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว
วันที่ 10
อาหารเช้า - กาแฟดำ 1 ถ้วย (ไม่ใส่น้ำตาล) ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
อาหารเที่ยง - ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง เนื้อหมูอบ 1 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว
อาหารเย็น - คื่นไช่ต้มสุก 3 ขีด มะเขือเทศ 1 ผล ผลไม้สด 1 ผล
วันที่ 11
อาหารเช้า - กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1 ก้อน) ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
อาหารเที่ยง - น้ำส้มคั้น 1 แก้ว โยโกิร์ต 1 ถ้วย
อาหารเย็น - ไข่ต้มแข็ง 1 ฟอง แครอทสด 1 หัว นมรสจืด 1 กล่อง
วันที่ 12
อาหารเช้า - แครอทสด 1 หัว ราดด้วยน้ำมะนาว
อาหารเที่ยง - เนื้อปลากะพงนึ่ง 2 ขีด (นึ่งด้วยน้ำมะนาว ใส่คื่นไช่ 1 ต้น)
อาหารเย็น - เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส
วันที่ 13
อาหารเช้า - กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1ก้อน) ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
อาหารเที่ยง - ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง แครอทสด 1 หัว
อาหารเย็น - เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว
สาวๆ ที่อยากมีหุ่นที่สวย ลองนำสูตรเด็ดๆ พระราชทานนี้ไปทำกันดูนะค่ะ ได้ผลดีทันตาเห็นอย่างไร ก็อย่าลืมบอกต่อ รายงานผลให้เพื่อนๆ ได้อิจฉาด้วยนะค่ะ Sanook!Women เอาใจช่วยให้ผู้หญิงทุกคน สวยและสุขภาพ(หุ่น)ดี ค่ะ ^^
ขอบคุณภาพประกอบ : http://www.photos.com/
แล้วก็อีกสูตรคะ สำหรับคนที่อยากรีเซ็ตร่างกายและน้ำหนักให้คงที่และไม่กลับมาอ้วนคะ
โครงการควบคุมอาหาร 13 วัน
จุดประสงค์โครงการนี้ เพื่อปรับปรุงการเผาผลาญอาหารของร่างกายหลังจากครบ 13 วันแลัวจะรับประทานอาหารได้ตามปกติ น้ำหนักจะไม่ขึ้นเป็นเวลา 2 ปี
ข้อสำคัญ
หากทำตามตารางนี้อย่างเคร่งครัดจะลดน้ำหนักได้ประมาณ 7-20 กิโลกรัม ปริมาณอาหารในช่วงควบคุมจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย แต่ท่านไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้เสียสุขภาพเพราะส่วนที่ขาดภายในร่างกายจะทำ ปฏิกิริยาการเผาผลาญไขมันที่สะสมไว้ตามร่างกายมาใช้เป็นพลังงานทดแทน
ระยะเวลา 13 วันนี้ ห้ามดื่มเบียร์ ไวน์ สุรา ขนมหวาน หมากฝรั่ง ลูกอม หรืออาหารอื่นๆ แม้เพียงเล็กน้อย การควบคุมอาหารครั้งนี้จะไม่บังเกิดผลใดๆ เลย และถ้าจะเริ่มต้นใหม่ต้องทำการทำหลังจาก 3 เดือนไปแล้ว
ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่สามารถควบคุมได้ครบ 13 วัน ท่านจะเป็นผู้ที่มีรูปร่างสมส่วนตามที่ต้องการ และถ้าต้องการควบคุมอีกต้องหลังจาก 1 ปี ไปแล้ว แต่ถ้าเลย 2 ปี ไปแล้วจะดีที่สุด
ข้อแนะนำ
หากคุณรู้สึกหิวนอกเหนือจากเวลาที่กำหนดให้ดื่มน้ำมาก ๆ ห้ามดื่มหรือทานอาหารอย่างอื่นแทน
หมายเหตุ
- ผักต้มถ้าใช้ผักขมไทยได้จะดี (ใช้ผักกาดขาวหรือกวางตุ้งแทนได้)
- มะเขือเทศผลใหญ่ 1 ผล ถ้าผลเล็กใช้ 3 ผล
- เนื้อไก่อบ ใช้เนื้อสันหรือเนื้อหน้าอกไม่ติดหนัง 2 ขีด
- ผักสลัดใช้ผักกาดหอม 1 ต้นเล็ก หอมใหญ่ 1 หัว แตงกวา 2 ลูกหั่นรวมได้ผัก 1 จาน
- น้ำสลัดใส ใช้ 1 ถ้วย ( 3-4 ช้อนโต๊ะ หรือใช้น้ำสลัดน้ำข้นแทนก็ได้)
- น้ำมะนาวใช้มะนาวสด 1-2 ผล ชงน้ำร้อนใส่เกลือ ใส่น้ำแข็งดื่มได้
- โยเกิร์ตถ้ามีรสจืดจะดีมาก ถ้าหาไม่ได้เลือกตามรสที่ชอบ
- ผลไม้สด 1 ผล เช่น แอปเปิ้ล ชมพู่ มะม่วง ส้มเขียวหวาน กล้วย
- ใช้ปลาช่อนแทนปลากระพงก็ได้
- น้ำเปล่าดื่มได้ทั้งวัน วันละ 2 - 3 ลิตร
นอกเหนือจากรายการอาหารนี้ถ้าหิวให้ดื่มน้ำเปล่าแทนได้อย่างเดียว
สูตรลดน้ำหนัก ภายใน 13 วัน ลดน้ำหนัก 13 กิโลกรัม
วันที่ 1
อาหารเช้า - กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1 ก้อน)
อาหารเที่ยง - ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง ผักกาดต้ม 3 ขีด มะเขือเทศ 1 ผล
อาหารเย็น - เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว
วันที่ 2
อาหารเช้า - กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1 ก้อน)
อาหารเที่ยง - เนื้อหมูอบ 2.5 ขีด โยโกิร์ต 1 ถ้วย
อาหารเย็น - เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว ผลไม้สด 1 ผล
วันที่ 3
อาหารเช้า - กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1ก้อน) ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
อาหารเที่ยง - ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง เนื้อหมูอบ 1 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว
อาหารเย็น - คื่นไช่ต้มสุก 3 ขีด มะเขือเทศ 1 ผล ผลไม้สด 1 ผล
วันที่ 4
อาหารเช้า - กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1ก้อน) ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
อาหารเที่ยง - น้ำส้มคั้น 1 แก้ว โยโกิร์ต 1 ถ้วย
อาหารเย็น - ไข่ต้มแข็ง 1 ฟอง แครอทสด 1 หัว นมรสจืด 1 กล่อง
วันที่ 5
อาหารเช้า - แครอทสด 1 หัว ราดด้วยน้ำมะนาว (ส้มตำ)
อาหารเที่ยง - เนื้อปลากะพงนึ่ง 2 ขีด
อาหารเย็น - เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส
วันที่ 6
อาหารเช้า - กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1ก้อน) ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
อาหารเที่ยง - ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง แครอทสด 1 หัว
อาหารเย็น - เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว
วันที่ 7
อาหารเช้า - ชา 1 ถ้วย ไม่ใส่น้ำตาล ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
อาหารเที่ยง - น้ำเปล่าอย่างเดียว
อาหารเย็น - เนื้อหมูอบ 2 ขีด ผลไม้สด 1 ผล
วันที่ 8
อาหารเช้า - กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1ก้อน)
อาหารเที่ยง - ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง ผักกาดต้ม 3 ขีด มะเขือเทศ 1 ผล
อาหารเย็น - เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว
วันที่ 9
อาหารเช้า - กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1 ก้อน)
อาหารเที่ยง - เนื้อหมูอบ 2 ขีด โยโกิร์ต 1 ถ้วย
อาหารเย็น - เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว
วันที่ 10
อาหารเช้า - กาแฟดำ 1 ถ้วย (ไม่ใส่น้ำตาล) ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
อาหารเที่ยง - ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง เนื้อหมูอบ 1 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว
อาหารเย็น - คื่นไช่ต้มสุก 3 ขีด มะเขือเทศ 1 ผล ผลไม้สด 1 ผล
วันที่ 11
อาหารเช้า - กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1 ก้อน) ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
อาหารเที่ยง - น้ำส้มคั้น 1 แก้ว โยโกิร์ต 1 ถ้วย
อาหารเย็น - ไข่ต้มแข็ง 1 ฟอง แครอทสด 1 หัว นมรสจืด 1 กล่อง
วันที่ 12
อาหารเช้า - แครอทสด 1 หัว ราดด้วยน้ำมะนาว
อาหารเที่ยง - เนื้อปลากะพงนึ่ง 2 ขีด (นึ่งด้วยน้ำมะนาว ใส่คื่นไช่ 1 ต้น)
อาหารเย็น - เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส
วันที่ 13
อาหารเช้า - กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1ก้อน) ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
อาหารเที่ยง - ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง แครอทสด 1 หัว
อาหารเย็น - เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว
สาวๆ ที่อยากมีหุ่นที่สวย ลองนำสูตรเด็ดๆ พระราชทานนี้ไปทำกันดูนะค่ะ ได้ผลดีทันตาเห็นอย่างไร ก็อย่าลืมบอกต่อ รายงานผลให้เพื่อนๆ ได้อิจฉาด้วยนะค่ะ Sanook!Women เอาใจช่วยให้ผู้หญิงทุกคน สวยและสุขภาพ(หุ่น)ดี ค่ะ ^^
ขอบคุณภาพประกอบ : http://www.photos.com/
วันศุกร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2556
สูตรลดความอ้วนพระราชทาน ของสมเด็จพระเทพฯ สูตร 7 วัน
สูตรลดความอ้วนพระราชทาน ของสมเด็จพระเทพฯ
วันนี้จะมาแนะนำอีกหนึ่งสูตรลดน้ำหนักดีๆ เป็นสูตรลดน้ำหนักพระราชทานและ เป็นสูตรลดน้ำหนักของสมเด็จพระเทพฯ อีกด้วยค่ะ คุณผู้หญิงทั้งหลายที่เคยได้ยิน สูตรลดน้ำหนักพระราชทานกันมาบ้างแล้ว แต่ยังไม่เคยเห็นสูตรลดน้ำหนักพระราชทาน แบบเต็ม ๆ สักที วันนี้เราก็นำสูตรลดน้ำหนักพระราชทานมาบอกกล่าวกันแล้วนะค่ะ
มีสูตรลดน้ำหนักด้วยกัน 2 สูตรค่ะ สูตรลดน้ำหนัก สูตรแรกจะเป็นแบบ 1 อาทิตย์ แต่สามารถลดน้ำหนักได้ถึง 9 กิโลกรัม ด้วยกัน ส่วนสูตรลดน้ำหนัก สูตรที่สองจะเป็นแบบ 13 วัน แต่สามารถลดน้ำหนักได้ถึง 7-20 กิโลกรัม ด้วยกันค่ะ เอาเป็นว่าใครอยากลองลดน้ำหนักให้ได้เยอะ ๆ ก็ลองนำไปปฏิบัติกันดูนะค่ะ
ก่อนอาหารต้องดื่มน้ำอย่างน้อย
2 แก้ว งดน้ำตาล น้ำมันหมู แอลกอฮอล
ของทอดทุกชนิดด้วยนะค่ะ
วันที่ 1
เช้า น้ำผลไม้คั้น หรือโยเกิร์ต 1 ถ้วย
กลางวัน ไข่ต้ม 2 ฟอง
เย็น สลัดผัก
วันที่ 2
เช้า น้ำผลไม้คั้น หรือโยเกิร์ต 1 ถ้วย
กลางวัน ไข่ต้ม 2 ฟอง
เย็น สลัดผัก
วันที่ 3
เช้า กาแฟไม่ใส่น้ำตาล หรือโยเกิร์ต 1 ถ้วย
กลางวัน เกาเหลาลูกชั้น 1 ชาม(หมู, เนื้อ)
เย็น สลัดผัก
วันที่ 4
เช้า น้ำผลไม้คั้น หรือกาแฟดำและขนมปัง 1 แผ่น
กลางวัน สลัดผัก และไก่ยาง 1 ชิ้น
เย็น โยเกิร์ต 1 ถ้วย
วันที่ 5
เช้า น้ำผลไม้คั้น หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1
กลางวัน ส้มตำ และไก่ย่าง 1 ชิ้น
เย็น สลัดผัก
วันที่ 6
เช้า น้ำผลไม้คั้น หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1 ถ้วย
กลางวัน ปลานึ่ง หรือ ปลาเผา ไม่จำกัด
เย็น สลัดผัก
วันที่ 7
เช้า ข้าว 1 ทัพพี และเนื้อ 1 ชิ้น
หรือไข่ต้ม 1ฟอง
กลางวัน เกาเหลาลูกชั้น 1 ชาม (หมู, เนื้อ)
เย็น สับปะรด 1 ชิ้น
วันนี้จะมาแนะนำอีกหนึ่งสูตรลดน้ำหนักดีๆ เป็นสูตรลดน้ำหนักพระราชทานและ เป็นสูตรลดน้ำหนักของสมเด็จพระเทพฯ อีกด้วยค่ะ คุณผู้หญิงทั้งหลายที่เคยได้ยิน สูตรลดน้ำหนักพระราชทานกันมาบ้างแล้ว แต่ยังไม่เคยเห็นสูตรลดน้ำหนักพระราชทาน แบบเต็ม ๆ สักที วันนี้เราก็นำสูตรลดน้ำหนักพระราชทานมาบอกกล่าวกันแล้วนะค่ะ
มีสูตรลดน้ำหนักด้วยกัน 2 สูตรค่ะ สูตรลดน้ำหนัก สูตรแรกจะเป็นแบบ 1 อาทิตย์ แต่สามารถลดน้ำหนักได้ถึง 9 กิโลกรัม ด้วยกัน ส่วนสูตรลดน้ำหนัก สูตรที่สองจะเป็นแบบ 13 วัน แต่สามารถลดน้ำหนักได้ถึง 7-20 กิโลกรัม ด้วยกันค่ะ เอาเป็นว่าใครอยากลองลดน้ำหนักให้ได้เยอะ ๆ ก็ลองนำไปปฏิบัติกันดูนะค่ะ
กลางวัน ไข่ต้ม 2 ฟอง
เย็น สลัดผัก
กลางวัน ไข่ต้ม 2 ฟอง
เย็น สลัดผัก
กลางวัน เกาเหลาลูกชั้น 1 ชาม(หมู, เนื้อ)
เย็น สลัดผัก
กลางวัน สลัดผัก และไก่ยาง 1 ชิ้น
เย็น โยเกิร์ต 1 ถ้วย
กลางวัน ส้มตำ และไก่ย่าง 1 ชิ้น
เย็น สลัดผัก
กลางวัน ปลานึ่ง หรือ ปลาเผา ไม่จำกัด
เย็น สลัดผัก
กลางวัน เกาเหลาลูกชั้น 1 ชาม (หมู, เนื้อ)
เย็น สับปะรด 1 ชิ้น
วันพุธที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2556
วิธีการเลือกสปอร์ตบราสำหรับคุณผู้หญิง ให้ดีต่อสุขภาพ
วิธีการเลือกสปอร์ตบราสำหรับคุณผู้หญิง ให้ดีต่อสุขภาพ
ความจริงเรื่องนี้ผมก็ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญหรอกนะ
แต่พอดีไปอ่านเจอมา เลยนำมาแนะนำให้คุณผู้หญิงที่ต้องการดูแลสุขภาพ ด้วยการออกกำลังกาย
แต่ยังไม่มีชุดแต่งกายที่พร้อม
เลยขอนำทริปการเลือกสปอร์ตบราสำหรับคุณผู้หญิงมาฝาก
เพื่อให้สาวๆได้ออกกำลังกายอย่างเต็มที่
ไม่ต้องกังวลเรื่องสริระร่างกาย
![]() |
| เลือกดีๆ มีชัยไปกว่าครึ่ง |
1.
ใส่สบาย ไม่อับชื้น ควรเลือกแบบที่สามารถระบายความชื้นจากเหงื่อได้เร็ว
ทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกแห้งสบายตัว เช่น ผ้า coolmax หรือ dri-fit ไม่ควรทำจากผ้าฝ้าย
100% เพราะอมเหงื่อมาก
3. ระวังตะเข็บ ควรเลือกสปอร์ตบราแบบไม่มีตะเข็บ หรือแบบซ่อนตะเข็บในเนื้อผ้าอีกที เพื่อป้องกันการเสียดสี
4. เลือกสายใหญ่ๆสำหรับคน Big Size เลือกตัวที่สายๆใหญ่ๆหน่อย จะได้สามารถพยุงทรงได้ดีขึ้น
5. ลองใส่แล้วออกกำลังกายนิดๆหน่อยๆดู ลองขยับซ้ายขยับขวา กระโดดเบาๆหรือวิ่งเหยาะๆดู สปอร์ตบราที่ดีจะต้องช่วยลดการกระเพื่อมของหน้าอก
6. รู้เวลาปลดระวาง สปอร์ตบราควรเปลี่ยนเมื่อซักไปแล้วประมาณ 72 ครั้ง ก็พอ
เมื่อได้บราคู่ใจแล้ว สาวๆก็เตรียมตัวออกกำลังกายได้อย่างมั่นใจ เพื่อชะลอความแก่ และ ดูแลสุขภาพของตัวเอง
วันพุธที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2556
ปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคเอดส์
เอดส์ หากได้รับเชื้อมาก โอกาสติดโรคก็มากไปด้วย เชื้อเอดส์มีมากที่สุดในเลือด รองลง
มาคือ น้ำอสุจิ และน้ำในช่องคลอด การมีบาดแผล เพราะเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล
ทำให้ติดโรคได้ง่ายขึ้น การติดเชื้ออื่นๆ ได้แก่ การเป็นกามโรคบางชนิด เช่น แผลริมอ่อน แผลเริม ทำให้มีเม็ดเลือดขาวอยู่ ที่แผลจำนวนมาก พร้อมจะรับเชื้อได้โดยง่าย และเป็น
หนทางให้เชื้อเอดส์เข้าสู่แผลได้ง่ายขึ้น จำนวนครั้งของการสัมผัส การสัมผัสเชื้อโรคบ่อย
จะมีโอกาสติดเชื้อมาก
โรคเอดส์ถึงแม้จะเป็นโรคติดต่อทีมีอันตราย แต่ก็ไม่ได้ติดต่อกันง่ายๆ ได้ การติดโรคนั้น ต้องปัจจัยที่เหมาะสม ดังต่อไปนี้
ปริมาณของเชื้อไวรัส ถ้าได้สัมผัสกับสิ่งที่มี
ปริมาณของเชื้อไวรัสมาก โอกาสติดเชื้อโรคจะ มีมากตามไปด้วย
- การมีบาดแผล ผิวหนังปกติจะช่วยปกป้องไม่ให้เชื้อโรคใดๆ ผ่านเข้าสู่ร่างกายได้ หรือมี
บาดแผลจะเป็นช่องทางให้เกิดการติดเชื้อได้
- การติดเชื้ออื่นๆ ได้แก่ การเป็นกามโรคบางชนิด เช่น แผลริมอ่อนเริ่ม ก็จะช่วยให้เชื้อไวรัส เอดส์เข้าสู่ทางบาดแผลได้ง่ายขึ้น
- ความถี่ของการสัมผัส เช่น การร่วมเพศ หรือการฉีดสารเสพติด โอกาสติดเชื้อไวรัสเอดส์ ย่อมมีมากกว่าผู้ที่ทำเพียงครั้งเดียว
- ระยะเวลาที่ไปสัมผัสหรือภาวะภูมิต้านทานของร่างกาย ถ้าผู้ไปสัมผัสกับผู้ติดเชื้อร่างกาย อ่อนแอ ไม่แข็งแรงก็จะมีโอกาสติดเชื้อง่าย
ข้อมูลเพิ่มเติมจาก: กลุ่มโรคเอดส์ สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
วันอังคารที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2556
อสม.ทำความดี อสม.จิตอาสา
อสม.ทำความดี อสม.จิตอาสา
อสม.คือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เป็นบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกจากหมู่บ้านหรือชุมชน โดยมีการคัดเลือกบุคคลที่อยู่ในพื้นที่ ชุมชนให้การยอมรับว่ามีความเหมาะสมในการปฏิบัติงานด้านสาธารณสุข เช่น การให้ข้อมูลเรื่องสุขภาพต่างๆของกระทรวงสาธารณสุข เช่น แจ้งการระบาดของโรคไข้เลือดออก แล้ว อสม.ก็พาชุมชน รณรงค์ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย แจ้งประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ เช่น เทศบาล อบต. เพื่อพ่นเคมีหรือหาแนวทางการควบคุมโรคต่อไป
อสม.มีการดูแลสุขภาพตั้งแต่เกิดจน ตาย เช่น รณรงค์ให้หญิงตั้งครรภ์มีการฝากครรภ์ตามเกณฑ์ การนำเด็กมารับวัคซีน การออกอนามัยโรงเรียน การออกเยี่ยมบ้าน ดูแลผู้สูงอายุ คนชรา คนพิการ งานเหล่านี้ อสม.จะรู้มากที่สุดเพราะผู้ป่วยหรือกลุ่มเป้าหมายเป็นคนในพื้นที่ที่ตนเองดูแลอยู่แล้ว
อสม.จิตอาสา เป็นการสมัครใจของ อสม.ที่จะเข้ามาช่วยเหลืองานเจ้าหน้าที่ที่มีล้นมือ ด้วยการช่วยเหลือด้านต่างๆตามกำลังและความสามารถ เช่น การจัดบริการ การคัดกรองสุขภาพเบื้องต้น การทำความสะอาด อาคารสถานที่ การพาหมออนามัยออกเยี่ยมบ้าน ดูแลคนในชุมชนร่วมกับทีมหมออนามัย อื่นๆอีกมากมาย
อสม.จิตอาสา จัดอาคารสถานที่และร่วมกันทำความสะอาด รพ.สต.บ้านชวน
อสม.มีการพัฒนาความรู้ การรับรู้ข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง ด้วยการประชุม อบรม สนทนากลุ่ม หรืองานกิจกรรมที่ หมออนามัยเข้ามาร่วมดำเนินงานร่วมกัน
อสม.เป็นบุคลากรที่สำคัญมากในระดับพื้นที่หรือฐานรากเพราะเป็นบุคคลในชุมชนเอง รู้แจ้ง รู้จริง รู้ลึก เรื่องข้อมูลในชุมชน ที่สุดๆ..
วันจันทร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2555
พฤติกรรมเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ท่านที่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดโรคเอดส์ พฤติกรรมเสี่ยง ได้แก่ การมีคู่หลายคน การมีเพศสัมพันธ์กับ เพศเดียวกัน ท่านที่ไม่รับผิดชอบ เมื่อท่านเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ท่านไม่ได้เป็นคนเดียว ท่านอาจจะนำเชื้อสู่คนที่ท่านรัก เนื่องจากโรคบางโรค ไม่มีอาการเตือน ท่านอาจจะนำเชื้อสู่คนที่ท่านรักโดยไม่ตั้งใจ โรคหลายโรคสามารถติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การเรียนรู้ถึงพฤติกรรม เสี่ยงจะทำให้ท่านสามารถหลีกเลี่ยงจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
หมายถึง พฤติกรรมที่จะทำให้ท่านติดโรคทางเพศสัมพันธ์ได้แก่พฤติกรรม ดังต่อ
ไปนี้
ไปนี้
- มีการเปลี่ยนคู่นอนหลายคน
- เคยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น
- คู่ครองเคยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- ร่วมเพศกับคนที่ไม่รู้จัก
- ดื่มสุราหรือใช้ยาเสพติดก่อนร่วมเพศ เนื่องจากจะทำให้มีการร่วมเพศที่เสี่ยงต่อ การติดโรค
- ร่วมเพศกับผู้ติดยาเสพติด
- ร่วมเพศทางทวารหนัก
- ไม่สวมถุงยางขณะร่วมเพศกับคนที่ไม่ใช่ภรรยา
หากท่านเลือกคู่ครองที่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ท่านสามารถลดอัตรา การติดเชื้อลงไป 5000 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ที่ยุ่งกับ กลุ่มเสี่ยงหากคู่นอนของ ท่านมีผลการตรวจเลือดทดสอบ HIV ให้ผลลบท่านจะลดความเสี่ยงลง 100 เท่า ดังนั้นจึงมีความจำเป็น สำหรับ คู่รักก่อนที่จะมีอะไรกันควรที่จะเลือกคู่นอน ให้ดี และควรที่จะเจาะเลือดก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์ การสวมถุงยางคุมกำเนิดจะลด อัตราเสี่ยงลงไป 10 เท่า
ก่อนมีเพศสัมพันธ์ ต้องมีสติอย่าหน้ามืด จนกระทั่งขาดสติ ไม่คำนึงถึงผลเสียที่จะเกิด หากจะร่วมเพศกับคนที่ไม่รู้ประวัติ ควรจะคิดว่า เขาอาจจะเป็นโรคติดต่อ
- ให้งดมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลที่ต้องสงสัยไม่ว่าจะเป็นสามีหรือคนอื่น
- ให้มีคู่คนเดียวโดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีประวัติเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และหากจะมีคู่คน ใหม่จะต้องซักประวัติโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ประวัติคู่นอนคนก่อน ประวัติการใช้ยา เสพติด รวมทั้งสุขภาพปัจจุบันก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์ ควรจะเจาะเลือดดูโรคเอดส์ ไวรัสตับ อักเสบบี ก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์
- ให้สวมถุงยางถ้าไม่แน่ใจ ถ้าใช้สารหล่อลื่นต้องใช้น้ำเป็นตัวทำละลาย
- ไม่ดื่มสุราหรือใช้ยาเสพติดก่อนร่วมเพศเพราะอาจจะขาดความยั้งคิด
วันอังคารที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2555
การเลือกแว่นกันแดด เพื่อสุขภาพของดวงตา
การเลือกแว่นกันแดด เพื่อสุขภาพของดวงตา
การเลือกแว่นกันแดด
เพื่อสุขภาพของดวงตา
ดวงตาของเราเป็นอวัยวะที่มีความบอบบางอย่างมาก และยังเป็นอวัยวะที่สำคัญอีกต่างหาก ไม่เชื่อลองเอาผ้าปิดตาทั้งวันดูสิ รับรองว่าต้องมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของเราแน่ๆ ดวงตาเป็นอวัยวะที่เราต้องใช้เกือบตลอดเวลาโดยเฉพาะตอนกลางวัน ดวงตาจะต้องรับรังสีจากทั้งแสงแดด ซึ่งมีรังสี UV ที่สามารถทำลายเนื้อเยื่อดวงตาได้ ดังนั้น การเลือกแว่นกันแดด เพื่อปกป้องดวงตาของเราจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ วันนี้เลยจะมาเล่าเรื่องการเลือกแว่นกันแดดให้ฟังกัน
![]() |
| การเลือกแว่นตากันแดด เพื่อสุขภาพของดวงตา |
ดวงตาของเราเป็นอวัยวะที่มีความบอบบางอย่างมาก และยังเป็นอวัยวะที่สำคัญอีกต่างหาก ไม่เชื่อลองเอาผ้าปิดตาทั้งวันดูสิ รับรองว่าต้องมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของเราแน่ๆ ดวงตาเป็นอวัยวะที่เราต้องใช้เกือบตลอดเวลาโดยเฉพาะตอนกลางวัน ดวงตาจะต้องรับรังสีจากทั้งแสงแดด ซึ่งมีรังสี UV ที่สามารถทำลายเนื้อเยื่อดวงตาได้ ดังนั้น การเลือกแว่นกันแดด เพื่อปกป้องดวงตาของเราจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ วันนี้เลยจะมาเล่าเรื่องการเลือกแว่นกันแดดให้ฟังกัน
1. แว่นกันแดดควรมีเครื่องหมาย UV
สิ่งสำคัญอันดับแรกของการเลือกแว่นกันแดดคือ ความสามารถในการป้องกันรังสี UV
เนื่องจากรังสี UV สามารถทำลายเนื้อเยื่อของดวงตาเราได้
เป็นสาเหตุของการเป็นโรคต้อต่างๆเช่น ต้อหิน ต้อกระจก เป็นต้น
หากแว่นไม่สามารถป้องกันรังสี UV ได้ ก็คงเป็นแค่แว่นที่ใส่เอาเท่
ไม่มีประโยชน์อะไรเท่าไหร่
2. ควรเป็นแว่นที่ตัดแสงสะท้อนได้ หรือ แว่นโพลาไรซ์เนื่องจากแว่นตาทิ่มีเลนส์ทำจากวัสดุต่างๆ เช่น แก้ว หรือ พลาสติกต่างๆ เวลาใส่จะทำให้เห็นแสงสะท้อนได้ เช่น แสงสะท้อนบนถนน เป็นต้น แสงสะท้อนเหล่านี้ล้วนเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ วิธีเช็คว่ามันเป็นโพลาไรซ์แท้ ก็คือ เอาแว่น ส่องไปบนผิวสะท้อนแสง ที่เป็นอโลหะ เช่น ถนน หรือพลาสติกเมื่อหมุนไปถึงองศาที่เหมาะสม แสงสะท้อนจากอโลหะนั้นจะลดวูบลงนี่คือโพลาไรซ์ของแท้ แต่โพลาไรซ์มันก็มีหลายเกรด ลดแสงสะท้อนได้มาก ก็ราคาสูงขึ้นมาหน่อย ลดแสงได้น้อย ก็จะถูกหน่อย แต่เทคโนโลยีและราคา ต่างกันไม่มากหรอก
3.สีของเลนส์แว่น สีของเลนส์แว่น มีผลต่อการทำให้มองสิ่งต่างๆผิดเพี้ยน ซึ่งหากอาจเป็นอันตรายเพราะจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย (พวกสัญญานไฟจราจรเป็นต้น) สีที่ควรเลือกคือ สีน้ำตาล(ชา) หรือสีออกดำๆ เพราะทำให้เกิดการผิดเพี้ยนของสีน้อยสีสุด ส่วนสีที่ไม่แนะนำคือ สีเขียวและสีน้ำเงิน
4.ขนาดของกรอบ เป็นสิ่งหายากที่นักวิทยาศาสตร์สุขภาพ กับ แฟชั่นนิส จะเห็นตรงกันคือ การเลือกกรอบแว่นควรเลือกกรอบใหญ่ๆเข้าไว้ เพราะ กรอบใหญ่ๆ จะทำให้มีพื้นที่ปกป้องผิวรอบดวงตาจา่กรังสี UV ด้วย ยิ่งตอนนี้ แฟชั่นเด็กเนิร์ด กำลังมาแรง หามาใส่สักอันคงจะดีมิน้อย
ดวงตาเป็นอวัยวะสำคัญของเรา ยังไงก็ดูแลรักษาดวงตาให้ดีๆนะครับ ^^ คราวหน้าจะมาแบ่งปันความรู้เรื่องสุขภาพเรื่องไหน ติดตามชมกันนะครับ ^^
2. ควรเป็นแว่นที่ตัดแสงสะท้อนได้ หรือ แว่นโพลาไรซ์เนื่องจากแว่นตาทิ่มีเลนส์ทำจากวัสดุต่างๆ เช่น แก้ว หรือ พลาสติกต่างๆ เวลาใส่จะทำให้เห็นแสงสะท้อนได้ เช่น แสงสะท้อนบนถนน เป็นต้น แสงสะท้อนเหล่านี้ล้วนเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ วิธีเช็คว่ามันเป็นโพลาไรซ์แท้ ก็คือ เอาแว่น ส่องไปบนผิวสะท้อนแสง ที่เป็นอโลหะ เช่น ถนน หรือพลาสติกเมื่อหมุนไปถึงองศาที่เหมาะสม แสงสะท้อนจากอโลหะนั้นจะลดวูบลงนี่คือโพลาไรซ์ของแท้ แต่โพลาไรซ์มันก็มีหลายเกรด ลดแสงสะท้อนได้มาก ก็ราคาสูงขึ้นมาหน่อย ลดแสงได้น้อย ก็จะถูกหน่อย แต่เทคโนโลยีและราคา ต่างกันไม่มากหรอก
3.สีของเลนส์แว่น สีของเลนส์แว่น มีผลต่อการทำให้มองสิ่งต่างๆผิดเพี้ยน ซึ่งหากอาจเป็นอันตรายเพราะจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย (พวกสัญญานไฟจราจรเป็นต้น) สีที่ควรเลือกคือ สีน้ำตาล(ชา) หรือสีออกดำๆ เพราะทำให้เกิดการผิดเพี้ยนของสีน้อยสีสุด ส่วนสีที่ไม่แนะนำคือ สีเขียวและสีน้ำเงิน
4.ขนาดของกรอบ เป็นสิ่งหายากที่นักวิทยาศาสตร์สุขภาพ กับ แฟชั่นนิส จะเห็นตรงกันคือ การเลือกกรอบแว่นควรเลือกกรอบใหญ่ๆเข้าไว้ เพราะ กรอบใหญ่ๆ จะทำให้มีพื้นที่ปกป้องผิวรอบดวงตาจา่กรังสี UV ด้วย ยิ่งตอนนี้ แฟชั่นเด็กเนิร์ด กำลังมาแรง หามาใส่สักอันคงจะดีมิน้อย
ดวงตาเป็นอวัยวะสำคัญของเรา ยังไงก็ดูแลรักษาดวงตาให้ดีๆนะครับ ^^ คราวหน้าจะมาแบ่งปันความรู้เรื่องสุขภาพเรื่องไหน ติดตามชมกันนะครับ ^^
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)









